Disney สอนฟรี! เรียนวาดรูปอนิเมชั่นออนไลน์ ที่จะช่วยให้ผ่อนคลายจากการกักตัวอยู่บ้าน

Disney สอนฟรี! เรียนวาดรูปอนิเมชั่นออนไลน์ ที่จะช่วยให้ผ่อนคลายจากการกักตัวอยู่บ้าน

ภาพจาก Freepik.com

จากสถานการณ์การกักตัวอยู่บ้านเพราะ COVID-19 หลายๆ คนอาจจะเริ่มมีกิจกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่น นั่งอ่านหนังสือมากขึ้น หรือวาดรูปเล่นอยู่คนเดียวมากขึ้น หากคุณเป็นคนนึงที่ชอบวาดรูปเล่นเป็นกิจกรรมยามว่างช่วงกักตัว ตอนนี้ Disney มีคลาสเรียนวาดรูปฟรีบน YouTube โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

ในคลาสเรียนวาดรูปฟรีนี้ เราจะได้เรียนรู้การวาดรูปตัวการ์ตูนที่โด่งดังต่างๆ ของ Disney ไม่ว่าจะเป็น สอนวาดรูปเอลซ่า (Elsa) สอนวาดรูปโอลาฟ (Olaf) จากการ์ตูนเรื่อง Frozen วาดรูปหมีพูห์ (Winnie The Pooh) หรือวาดรูปกูฟี่ (Goofy) โดยนักวาดการ์ตูนของ Disney เองหรือที่เรียกว่า Disney Animator จะเป็นผู้สอนการวาดตัวด้วยเอง ซึ่งในคลาสต่างๆ ก็จะมีตั้งแต่ 10 นาทีไปจนถึง 30 นาที นอกจากจะช่วยผ่อนคลายยามว่างให้กับตัวเอง หรือลูกหลานที่บ้านแล้ว ก็ยังเป็นโอกาสที่ดีในการฝึกทักษะด้านศิลปะด้วยนะ

วาดรูปเอลซ่า
วาดรูปหมีพูห์
วาดรูป Stitch

การวาดรูปนั้นเป็นมากกว่ากิจกรรมที่ทำเพื่อข้ามเวลา แต่มันคือการเรียนรู้ที่แสดงผลลัพธ์ทางด้านสุขภาพจิตใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่การกักตัวอยู่บ้านนั้นเป็นสิ่งที่นำมาซึ่งความเครียดได้ง่ายๆ จากการศึกษาในปี 2016 พบว่าการวาดรูปนั้นทำให้จิตใจเราลืมความทุกข์หรือความโศกเศร้าออกไปได้ โดยมีอาสาสมัครที่ถูกทดสอบให้นึกถึงความโศกเศร้าของพวกเขาที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตจริง แล้วให้พวกเขาเหล่านั้นวาดรูปสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์พวกนั้นเป็นเวลา 15 นาที เป็นเวลาติดต่อกัน 4 วัน ในขณะที่อาสาสมัครอีกกลุ่มนึงถูกทดสอบโดยการให้วาดความรู้สึกโศกเศร้าเหล่านั้นในเวลาแบบเดียวกัน

น่าสนใจมากที่การศึกษานี้พบว่า กลุ่มอาสาสมัครที่ให้วาดรูปสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับความโศกเศร้านั้น (เช่นวาดรูปรองเท้า แทนที่จะวาดรูปคนร้องไห้) มีอารมณ์ที่ดีกว่ากลุ่มคนที่วาดรูปอันโศกเศร้าผ่านศิลปะของพวกเขา

วาดรูปกรัมปี้

หากคุณนั้นไม่ได้สนใจในการวาดตัวละครของ Disney เราก็ขอให้แนะนำให้ลองวาดสิ่งที่เรียกว่า Doodle หรือ การวาดรูปทรงเลขาคณิตต่างๆ แบบเป็นแพทเทิร์น ซึ่งการวาดอะไรเหล่านี้จะช่วยให้จิตใจมีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำ จนลืมหรือลดการนึกถึงความเครียดหรือความเศร้าไปได้เลย ซึ่งคำแนะนำเหล่านี้เกิดจากงานวิจัยที่มีอยู่จริง

อีกทั้งการศึกษาหลายๆ ฉบับยังแสดงให้เห็นว่าการสร้างผลงานศิลปะไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม รวมไปถึงการปั้นดินน้ำมัน สามารถลดความเครียดจากฮอร์โมนคอติซอล ถึงแม้ว่าคุณนั้นจะไม่ได้มีทักษะทางด้านศิลปะเลย

เป็นยังไงกันบ้าง ถ้าเริ่มอยากจะลองวาดรูปเจ้าหญิงดิสนีย์ หรือวาดรูปโอลาฟ จากอนิเมชั่นที่ชื่นชอบ ก็ลองทำตามกันง่ายๆ จากนักวาดการ์ตูนดิสนีย์ชื่อดัง ที่จะพาคุณหรือลูกหลานให้เพลิดเพลินไปกับการพัฒนาทักษะการด้านวาดรูป นอกจากจะใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์แล้วยังมีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าการวาดรูปในยามว่าง ช่วยลดความเครียด และลดความเศร้าในมนุษย์อีกด้วย ถ้าใครวาดออกมาเป็นยังไง ก็อย่าลืมแชร์ให้ AnyPencils ได้ดูด้วยนะ

ที่มาของบทความ CNBC

รวม 6 แอพลิเคชั่นวาดรูปบน iPad ที่ดีที่สุดปี 2020

รวม 6 แอพลิเคชั่นวาดรูปบน iPad ที่ดีที่สุดปี 2020

แอพลิเคชั่นสำหรับวาดรูปบน iPad นั้นมีเยอะมากในปี 2020 แต่ตัวไหนจะดีที่สุด พร้อมสรุปข้อดี ข้อเสีย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฟีเจอร์ ราคา ความนิยม หรือความเหมาะสมในการใช้งานที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน

ในวันนี้เราจะมารวบรวมแอพลิเคชั่นที่นักวาดรูปทุกระดับเลือกใช้เมื่อต้องวาดรูปบน iPad สำหรับปี 2020 ซึ่งเราก็จะมีเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ เมื่อได้ใช้งานไปแล้วจริงๆ โดยที่วันนี้จะมีรายชื่อแอพลิเคชั่นที่จะรวบรวมและสรุปข้อดีข้อเสียมาให้ดังนี้

  • Adobe Fresco
  • Procreate
  • MediBang Paint for iPad
  • Autodesk Sketch for iPad
  • Clip Studio Paint for iPad
  • ibis Paint X

แอพลิเคชั่น Adobe Fresco

Adobe Fresco แอพลิเคชั่นวาดรูปบน iPad

เมื่อปี 2018 บริษัท Adobe แม่ยักษ์ใหญ่เจ้าของ Photoshop และ Illustrator ได้ประกาศว่าจะทำแอพลิเคชั่นสำหรับนักวาดรูปลง iPad ในโปรเจคที่ชื่อ Gemini ต่อมาในปี 2019 ที่ผ่านมา ทาง Adobe ก็ได้ประกาศลง Adobe Fresco ซึ่งเป็นชื่อใหม่ตอนเปิดตัวลงสู่ iPad อย่างสมบูรณ์เพื่อประสบการณ์การใช้งานสำหรับนักวาดรูปดิจิทัล ระดับมือโปร ที่ต้องการความลื่นไหลในการใช้งาน การลงสีโดยช่วยวิเคราะห์และจำลองเสมือนสีน้ำ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในจุดเด่นของ Fresco แต่การจะใช้ฟีเจอร์ของแอพอย่างเต็มที่จำเป็นต้องจ่ายค่ารายเดือนประมาณ 300-400 บาท เพื่อใช้งาน Creative Cloud คู่กับซอฟท์แวร์ในเครือ

คุณสมบัติเด่นของเจ้า Adobe Fresco คือความลื่นไหลของ tools ต่างๆ ที่ทำมาเพื่อนักวาดรูประดับโปรบน iPad อีกทั้งยังมีระบบ live brushes ซึ่งมีระบบการคำนวณการไหลของหมึกลงบนพื้นผิวของกระดาษที่แตกต่างกัน ทำให้งานที่ออกมาเหมือนวาดลงบนกระดาษจริงๆ นอกเหนือจากนี้บรัชที่เป็นจุดเด่นของแอพก็ได้แก่ บรัชหมึก บรัชชอร์ค และบรัชตัดเส้นการ์ตูน หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถกดดูได้ที่รีวิว Adobe Fresco ที่นี่

แอพลิเคชั่น Procreate

Procreate (โปรครีเอท) ปัจจบันกลายเป็นแอพลิเคชั่นสำหรับนักวาดรูปอันดับ 1 บน iPad จุดเด่นของแอพคือการออกแบบ User Interface (UI) ที่สมบูรณ์แบบ ทำให้ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อนเหมือนแอพที่มีเมนูเยอะๆ ไม่ว่าจะการปรับขนาดบรัช ความเข้ม ปรับสี ดูดสี สร้างเลเยอร์ใหม่ ลบ ตัด สามารถทำได้เพียง 1-2 คลิกเท่านั้น ทำให้ผู้ใช้งานไม่เสียเวลาขณะวาดรูปหรือลงสี

นอกจากหัวบรัชที่มาพร้อมกับ Procreate มากถึง 130 หัว ยังมีคอมมูนิตี้ที่แชร์หัวบรัชที่ใช้ในการวาดรูป พาเลทที่ใช้ในการลงสี แบ่งปันโดยศิลปินดิจิทัลทั่วโลกที่ใช้งานบน iPad ผู้ใช้ทั่วไปอย่างเราสามารถดาวน์โหลดและอิมพอร์ทเข้าไปในตัวแอพ Procreate ได้ไม่ยาก แต่ทั้งนี้ผู้ที่สนใจจะใช้งาน Procreate จะต้องซื้อในราคา 349 บาทบน App Store ซึ่งจ่ายเพียงครั้งเดียวจบ ไม่มีค่ารายเดือน หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่รีวิว Procreate

แอพลิเคชั่น MediBang Paint for iPad

หากใครเคยวาดรูปบนคอมพิวเตอร์มาก่อน คงต้องรู้จักกับ MediBang Paint หนึ่งในซอฟท์แวร์ที่ใช้ในการวาดการ์ตูนแนวอนิเมะ และมีนัดวาดการ์ตูนญี่ปุ่นหลายคนที่ใช้เพื่อสร้างสรรผลงานเป็นหนังสือการ์ตูนที่เราได้เคยอ่านกันมาบ้าง ตัวแอพนั้นใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก มีลักษณะการใช้งานคล้าย Adobe Photoshop เพียงแต่ซับซ้อนน้อยกว่ามาก มีระบบเลเยอร์ และระบบปรับหัวบรัช ที่สำคัญเลยเป็นแอพลิเคชั่นวาดรูปที่ฟรี! ถึงแม้การใช้งานจะไม่ได้ลื่นไหลมากแต่ก็จัดว่าเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่อยากลองวาดรูปบน iPad เลย หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่รีวิว MediBang Paint for iPad

แอพลิเคชั่น Autodesk SketchBook

Sketckbook คือแอพลิเคชั่นสเก็ตช์ วาดรูปและออกแบบงานจากยักษ์ใหญ่ในวงการออกแบบ Autodesk เป็นอีกแอพที่ได้รับความนิยมสูงมากเนื่องจากฟรี! และเป็นที่ยอมรับสำหรับนักวาดรูปดิจิทัลทั่วโลก

ตัวแอพ Sketchbook มีเครื่องมือมากมายเช่น ดินสอร่าง ปากกาตัดเส้น มาร์คเกอร์ แอร์บรัช ซึ่งใช้งานได้ง่ายๆ ผ่าน User Interface (UI) ที่ไม่ยุ่งยาก สามารถเลือกเครื่องมือที่ใช้งานบ่อยๆ มาแปะบนหน้าจอให้เลือกกดได้รวดเร็ว นอกจากนี้การทำงานนั้นมีความยืดหยุ่นและลื่นไหล อีกทั้งตัวแอพยังมีการใช้งานคู่กับ Dropbox ได้ สามารถอิมพอร์ทและเอ็กซ์พอร์ทไฟล์ Adobe Protoshop (PSD format) เพื่อทำงานคู่กับซอฟท์แวร์บนคอมพิวเตอร์ได้ง่ายๆ นับว่าเป็นแอพวาดรูปฟรีที่ดีและใช้งานง่ายมากๆ หากผู้ใช้งานคนไหนสนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูรีวิว Sketchbook ได้ที่นี่

แอพลิเคชั่น Clip Studio Paint for iPad

หนึ่งในสุดยอดซอฟท์แวร์วาดรูปบนคอมพิวเตอร์ที่นัดวาดทุกคนต้องเคยใช้ก็คือ Clip Studio Paint ตอนนี้สามารถใช้งานได้แล้วบน iPad แอพตัวนี้คือสุดยอดแห่งนักวาดมังงะ (manga) และการ์ตูนญี่ปุ่น เนื่องด้วยฟีเจอร์หลักๆ ที่ช่วยให้การวาดการ์ตูนแบบช่องๆ เป็นเรื่องที่ง่าย ผู้ใช้งานจะสัมผัสได้ถึงการวาดแบบดั้งเดิมเหมือนวาดการ์ตูนบนกระดาษสมัยเด็กๆ ทำให้เจ้า Clip Studio Paint for iPad เป็นแอพที่ดีสำหรับการสร้างสรรค์ผลงานการ์ตูน หรือสเก็ตช์งานในทุกระดับ

แอพลิเคชั่น Clip Studio Paint for iPad นั้นเต็มไปด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือมากมายเช่น ดินสอ บรัช มาร์คเกอร์ แอร์บรัช ปากกาตัดเส้น และคาลลิกราฟฟี่ (calligraphy) หรือหัวบรัชที่ใช้ในการเขียนข้อความแนวอาร์ท นอกจากนี้ตัวแอพยังถูกพัฒนามาเพื่อ Apple Pencil อย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับการกดของปากกาลงบนหน้าจอนั้นถือว่าละเอียดมาก (pressure-sensitive dynamics) ทำให้เวลาตัดเส้นจะคมและแม่นยำมากๆ แต่ทั้งนี้ผู้ที่สนใจใช้งานแอพจะต้องชำระเงินเดือนละประมาณ 250-300 บาท แต่มีข้อเสนอให้ใช้งานได้ฟรีถึง 6 เดือนในช่วงแรก หากใครสนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูรีวิว Clip Studio Paint for iPad ได้ที่นี่

แอพลิเคชั่น ibis Paint X

asdasdasd