Disney สอนฟรี! เรียนวาดรูปอนิเมชั่นออนไลน์ ที่จะช่วยให้ผ่อนคลายจากการกักตัวอยู่บ้าน

Disney สอนฟรี! เรียนวาดรูปอนิเมชั่นออนไลน์ ที่จะช่วยให้ผ่อนคลายจากการกักตัวอยู่บ้าน

ภาพจาก Freepik.com

จากสถานการณ์การกักตัวอยู่บ้านเพราะ COVID-19 หลายๆ คนอาจจะเริ่มมีกิจกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่น นั่งอ่านหนังสือมากขึ้น หรือวาดรูปเล่นอยู่คนเดียวมากขึ้น หากคุณเป็นคนนึงที่ชอบวาดรูปเล่นเป็นกิจกรรมยามว่างช่วงกักตัว ตอนนี้ Disney มีคลาสเรียนวาดรูปฟรีบน YouTube โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

ในคลาสเรียนวาดรูปฟรีนี้ เราจะได้เรียนรู้การวาดรูปตัวการ์ตูนที่โด่งดังต่างๆ ของ Disney ไม่ว่าจะเป็น สอนวาดรูปเอลซ่า (Elsa) สอนวาดรูปโอลาฟ (Olaf) จากการ์ตูนเรื่อง Frozen วาดรูปหมีพูห์ (Winnie The Pooh) หรือวาดรูปกูฟี่ (Goofy) โดยนักวาดการ์ตูนของ Disney เองหรือที่เรียกว่า Disney Animator จะเป็นผู้สอนการวาดตัวด้วยเอง ซึ่งในคลาสต่างๆ ก็จะมีตั้งแต่ 10 นาทีไปจนถึง 30 นาที นอกจากจะช่วยผ่อนคลายยามว่างให้กับตัวเอง หรือลูกหลานที่บ้านแล้ว ก็ยังเป็นโอกาสที่ดีในการฝึกทักษะด้านศิลปะด้วยนะ

วาดรูปเอลซ่า
วาดรูปหมีพูห์
วาดรูป Stitch

การวาดรูปนั้นเป็นมากกว่ากิจกรรมที่ทำเพื่อข้ามเวลา แต่มันคือการเรียนรู้ที่แสดงผลลัพธ์ทางด้านสุขภาพจิตใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่การกักตัวอยู่บ้านนั้นเป็นสิ่งที่นำมาซึ่งความเครียดได้ง่ายๆ จากการศึกษาในปี 2016 พบว่าการวาดรูปนั้นทำให้จิตใจเราลืมความทุกข์หรือความโศกเศร้าออกไปได้ โดยมีอาสาสมัครที่ถูกทดสอบให้นึกถึงความโศกเศร้าของพวกเขาที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตจริง แล้วให้พวกเขาเหล่านั้นวาดรูปสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์พวกนั้นเป็นเวลา 15 นาที เป็นเวลาติดต่อกัน 4 วัน ในขณะที่อาสาสมัครอีกกลุ่มนึงถูกทดสอบโดยการให้วาดความรู้สึกโศกเศร้าเหล่านั้นในเวลาแบบเดียวกัน

น่าสนใจมากที่การศึกษานี้พบว่า กลุ่มอาสาสมัครที่ให้วาดรูปสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับความโศกเศร้านั้น (เช่นวาดรูปรองเท้า แทนที่จะวาดรูปคนร้องไห้) มีอารมณ์ที่ดีกว่ากลุ่มคนที่วาดรูปอันโศกเศร้าผ่านศิลปะของพวกเขา

วาดรูปกรัมปี้

หากคุณนั้นไม่ได้สนใจในการวาดตัวละครของ Disney เราก็ขอให้แนะนำให้ลองวาดสิ่งที่เรียกว่า Doodle หรือ การวาดรูปทรงเลขาคณิตต่างๆ แบบเป็นแพทเทิร์น ซึ่งการวาดอะไรเหล่านี้จะช่วยให้จิตใจมีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำ จนลืมหรือลดการนึกถึงความเครียดหรือความเศร้าไปได้เลย ซึ่งคำแนะนำเหล่านี้เกิดจากงานวิจัยที่มีอยู่จริง

อีกทั้งการศึกษาหลายๆ ฉบับยังแสดงให้เห็นว่าการสร้างผลงานศิลปะไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม รวมไปถึงการปั้นดินน้ำมัน สามารถลดความเครียดจากฮอร์โมนคอติซอล ถึงแม้ว่าคุณนั้นจะไม่ได้มีทักษะทางด้านศิลปะเลย

เป็นยังไงกันบ้าง ถ้าเริ่มอยากจะลองวาดรูปเจ้าหญิงดิสนีย์ หรือวาดรูปโอลาฟ จากอนิเมชั่นที่ชื่นชอบ ก็ลองทำตามกันง่ายๆ จากนักวาดการ์ตูนดิสนีย์ชื่อดัง ที่จะพาคุณหรือลูกหลานให้เพลิดเพลินไปกับการพัฒนาทักษะการด้านวาดรูป นอกจากจะใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์แล้วยังมีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าการวาดรูปในยามว่าง ช่วยลดความเครียด และลดความเศร้าในมนุษย์อีกด้วย ถ้าใครวาดออกมาเป็นยังไง ก็อย่าลืมแชร์ให้ AnyPencils ได้ดูด้วยนะ

ที่มาของบทความ CNBC

สอนวาดรูปก้อนเมฆ พร้อมแจกโทนสีก้อนเมฆฟรี!

สอนวาดรูปก้อนเมฆ พร้อมแจกโทนสีก้อนเมฆฟรี!

เคยสงสัยมั้ยว่าก้อนเมฆในแต่ละช่วงเวลาของวันมักจะมีสีที่แตกต่างกัน นักวาดรูปหลายคนคงต้องเคยหัดวาดก้อนเมฆน่ารักๆ กันบนสมุดตอนเด็กๆ แน่นอน แต่วันนี้เราจะมาสอนวาดรูปก้อนเมฆให้ดูเหมือนจริงขึ้นไปอีก แต่ยังคงความแฟนตาซีไว้เล็กๆ เนื่องจากโทนสีของก้อนเมฆที่เรานำมาแจกนั้นเอง

เริ่มต้นวาดก้อนเมฆ ต้องรู้อะไรก่อน?

ก้อนเมฆนั้นประกอบไปด้วยล้านล้านอนุภาพของละอองน้ำเล็กๆ ที่ก่อตัวรวมกันในชั้นบรรยากาศ ก้อนเมฆนั้นมีหลากหลายประเภทมาก ไม่ว่าจะเมฆแบบยาว ก้อนกลมๆ ที่มักจะเจอในระดับชั้นบรรยากาศสูงๆ อีกทั้งยังมีก้อนเมฆมรสุมที่จะมีความทึมๆ หน่อย ซึ่งทั้งหมดนี้เราก็ควรจะรู้เอาไว้ก่อนเพื่อจะได้วาดก้อนเมฆตามชั้นบรรยากาศได้อย่างไม่แปลก

สีของก้อนเมฆ

การวาดก้อนเมฆนั้นนอกจากรูปทรงแล้ว ยังมีเรื่องของสีเมฆอีกที่จะทำให้การวาดเมฆนั้นดูน่าสนใจมากที่สุด เพราะในแต่ละบรรยากาศและช่วงเวลาก็จะส่งผลให้สีของก้อเมฆนั้นแตกต่างกัน เช่นในตอนเช้าเมฆจะเป็นสีชมพูๆ ตุ่นๆ ออกฟ้าๆ หน่อย ในขณะที่กลางวันนั้นท้องฟ้าก็จะเปล่งแสงสีฟ้าสว่างๆ จ้าๆ ไม่ได้สดใสมาก แต่พอเป็นช่วงบ่ายๆ ก็จะเริ่มเห็นก้อนเมฆและท้องฟ้าสีฟ้าสดใส แล้วพอเริ่มตอนเย็นก็จะมีแสงสีส้มและชมพูทำให้ก้อนเมฆนั้นมีสีออกม่วงๆ โทนอุ่นๆ หน่อย

ในบทความนี้เรามีโทนสีของก้อนเมฆที่สามารถนำไปใช้ได้ตามความต้องการ

สอนใช้สีไม้ระบายรูปหน้าคน ทำตามได้ไม่ยาก!

สอนใช้สีไม้ระบายรูปหน้าคน ทำตามได้ไม่ยาก!

ใครหลายคนที่เคยดูภาพยนตร์เรื่องโปรดแล้วรู้สึกประทับใจ อยากจะสร้างสรรค์ฉากที่ชอบและสื่อออกมาเป็นภาพวาด แต่ติดตรงที่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร และอาจกลัวที่จะเริ่มลงมือทำ วันนี้เรามาลองวาดภาพจากภาพยนตร์เรื่อง Amelie (2001) สาวน้อยหัวใจสะดุดรักกันค่ะ ภาพยนตร์ฝรั่งเศสเรื่องนี้ที่กำกับโดย Jean – Pierre Jeunet และนักแสดงที่รับบทเป็น  Amelie คือ Audrey Tautou ที่มากความสามารถ การแสดงอันน่าหลงใหลชวนฝัน ไม่ว่าใครที่เห็นภาพสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ตากลมโต อันเป็นเอกลักษณ์ และผมสั้นมีหน้าม้าเต่อ จะต้องจดจำได้แน่นอน วันนี้เราจึงนำภาพของเธอมาเป็นแบบกันค่ะ

รูปภาพจากเว็บไซต์ http://cinefog.com/french-bob-haircut-how-to-look-like-a-parisian-gi

เลือกรูปภาพหน้าบุคคลที่ต้องการเป็นต้นแบบ

หลังจากที่เราได้เลือกภาพที่ต้องการแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการมองภาพและดูองค์ประกอบโดยรวม ว่าสีที่ใช้นั้นเป็นโทนใดหากเราต้องการเพิ่มสีที่แปลกใหม่ ไม่เหมือนต้นแบบก็ไม่ต้องกังวลค่ะ ลองนำมาแทรกเพื่อให้เกิดสีใหม่ได้ค่ะ

ทิปส์การเริ่มต้นร่างแบบ

การร่างภาพต้นแบบควรร่างโครงหน้าและองศาของตัวให้ถูกต้องเพื่อที่เวลาเราลงสีจะได้ไม่ผิดรูปร่างและสัดส่วน การร่างภาพเน้นเส้นดินสอไม่ต้องเข้มมาก ขั้นตอนไม่ยากอย่างที่คิดค่ะ

  1. สังเกตแบบและองค์ประกอบของใบหน้า
  2. ร่างวงกลมเป็นใบหน้าและส่วนกระโหลก
  3. เติม ตา ปาก จมูก คิ้ว
  4. ร่างสัดส่วนทรงผม
  5. ร่างเส้นของส่วนตัวและเสื้อผ้า

หลังจากเคลียเส้นดินสอให้สะอาดทั้งหมดแล้วเราจะเห็นรายละเอียดของภาพง่ายขึ้น เหมาะกับการลงสีไม้ แบบไม่ต้องตัดเส้นด้วยปากกาดำ

เมื่อวาดแบบร่างเส้นต่อไปเราจะใช้ดินสอไม้ยี่ห้อใดก็ได้ แล้วแต่ความถนัดได้เลยค่ะ วันนี้เราเลือกใช้สีไม้จากยี่ห้อ Prismacolor soft core , Staedtler Karat Aquarell และ Colleen สีที่จะลงพื้นเนื้อคนเลือกใช้ Prismacolor soft core ดังนี้ค่ะ 

  • สี PC 939
  • สี PC 1017
  • สี PC 996

ขั้นตอนการลงสีพื้นเนื้อคน

  1. เริ่มจากลงสีที่อ่อนที่สุด (PC 939) ทางด้านเงาโดยที่เว้นด้านแสงเอาไว้ก่อน 
  2. ลงสีเฉดเข้มไล่ระดับกันให้เข้มขึ้นอีก1ระดับ ทั้วทั้งใบหน้าและลำคอ

เห็นได้ว่าหากเราหรี่ตามองจะเห็นด้านที่ไม่โดนแสงเด่นขึ้นมาก่อน การลงแสงเงานั้นไม่จำเป็นต้องกดสีให้เข้มเพราะอาจทำให้ภาพนั้นดูหลอกตา และจะทำให้การเกลี่ยสียากขึ้น ควรลงอย่างเบามือและค่อยๆเกลี่ยไปตามระดับความเข้มนะคะ 

เมื่อเสร็จขั้นตอนการลงพื้นแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการเน้นด้านที่ไม่โดนแสงตกกระทบ ให้มีความเข้มมากขึ้น เราจะเลือกใช้สี PC 1017 ลงให้เข้มขึ้น เว้นส่วนดวงตา ปากและคิ้วเอาไว้ก่อนค่อย มาเก็บรายละเอียดอีกทีค่ะ ขั้นตอนนี้เช่นเดิมคือ ไม่จำเป็นต้องกดสีจนเข้ม ให้ลงแบบค่อยๆเกลี่ยอย่างเบามือและไล่ระดับถึงที่ต้องการค่ะ

เมื่อลงสีพื้นมีด้านเข้มพอสมควรแล้ว จากนั้นให้นำสีเฉดออกแดงเข้ม ของเราใช้สี Staedtler เบอร์ 125-260 มาตัดขอบตรงที่ต้องการคือ เส้นปาก เส้นตา คิ้ว ลงให้อ่อนเพื่อเป็นไกด์ก่อนค่อยลงเข้ม ไม่ต้องกดจนเป็นขีดนะคะ

จากนั้นให้เน้นเส้นและเกลี่ยบริเวณด้านที่ไม่โดนแสงเพื่อเพิ่มน้ำหนัก จะเห็นได้ว่าทางด้านที่เป็นด้านแสง การเว้นขาวไว้เสมอ เพื่อให้ด้านแสงนั้นมีพื้นที่ไม่ทำให้หน้าจมลงค่ะ การเว้นแบบนี้จะช่วยให้เราเห็นระนาบของฝั่งด้านเงามากขึ้น และเมื่อหรี่ตามอง ภาพที่ได้จะมีมิติขึ้นอีกด้วย

ขั้นตอนต่อไป คือลงสีเส้นผม จากภาพต้นแบบสีผมจะออกไปทางน้ำตาลจนเกือบดำ เราจึงเลือกใช้สีเบอร์ PC 996 เป็นสีพื้น สีที่ใช้นั้นจะออกไปทางสีม่วง ที่เลือกสีนี้เป็นเพราะว่าการที่เราลงสีม่วงก่อน จะทำให้สีผมมีมิติมากขึ้นและมีเหลือบสีออกมา พอเราใช้ดำกลบทับลงไปสีที่ได้จะเข้มขึ้นกว่าเดิมด้วยค่ะ

 เทคนิคการลงสีส่วนของผม

  1. ค่อยๆสะกิดเส้นเป็นเส้นๆ ทั่วทั้งพื้นที่ทั้งบริเวณที่ไม่ได้เว้นและบริเวณเว้นช่องแสงเอาไว้ค่ะ
  2. ค่อยๆเกลี่ยสีให้ไปในทิศทางเดียวกัน
  3. เมื่อลงช่วงเงาเสร็จให้เว้นแสงที่ชัดที่สุด ไว้ด้วยค่ะ

หลังจากที่เราทำครบทุกขั้นตอนแล้ว จากนี้เหลือแค่การเก็บรายละเอียดใบหน้าตรงส่วนลูกตา คิ้ว ปาก และแต่งเติมสีของแก้มให้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น เราใช้สีขาวมาเกลี่ยบริเวณที่โดนแสงเพื่อเป็นการเน้นแสงมากขึ้น วิธีนี้นอกจากจะช่วยให้ใบหน้ามีมิติขึ้นแต่ยังช่วยให้มีบริเวณช่องว่างที่โดนแสงทำให้หน้าดูไม่หลอกตาค่ะ

เทคนิคเพิ่มเติมถ้าหากการลงสีขาวยังไม่สะดุดตา หรือกรณีที่สีขาวนั้นลงแล้วไม่เด่นชัดขึ้นมา เราแนะนำให้ใช้ปากกาขาวมาลงทับได้ค่ะ ซึ่งยี่ห้อที่ใช้มีดังนี้

  • Copic opaque white 
  • Pentel milky สีขาว 

ใช้สีขาวเพิ่มตรงบริเวณที่โดนแสงกระทบหรือบริเวณที่อยากให้มีจุดเด่นขึ้นมา เช่น แสงสะท้อนลูกตา เส้นผม หรือขอบปาก การลงเทคนิคนี้มีข้อควรระวังคือ ให้ลงอย่างเบามือและค่อยๆลงทีละจุดค่ะ

เมื่อลงสีขาวสุดลงไปแล้ว ภาพจะดูมีมิติมากยิ่งขึ้น สิ่งนี้เหมือนรายละเอียดของภาพ ทำให้ภาพที่วาดสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นค่ะ

ขั้นตอนการลงสีขาวทับ

  1. สังเกตประกายของลูกตาเมื่อโดนแสง
  2. นำปากกาขาวมาจุดบริเวณแสง
  3. แต้มให้จุดอยุ่บริเวณใกล้ๆ กับลูกนัยตาดำสุด
  4. ตัดขอบบริเวณใต้ลูกตาเป็นเส้นเล็กๆ

Amelie ในแบบนั้นใส่เสื้อที่ค่อนข้างหนา จึงวาดเป็นเส้นของเนื้อผ้า วิธีการลงเนื้อผ้าง่ายๆคือ สังเกตรอยยับของผ้าบริเวณ อก ใต้วงแขน และคอ ลงเน้นบริเวณใกล้กับคอมากที่สุด แล้วจึงค่อยๆระบายสีบางๆบริเวณใต้กว่านั้นค่ะ อย่าลืมลงเข้มอ่อนเพื่อให้เนื้อผ้ามีมิติขึ้นด้วยนะคะ

ต่อมาการลงสีพื้นหลังนั้นเราควรลงสี ไปในทิศทางเดียวกับภาพ จะทำให้ภาพดูมีมู้ดโทนมากขึ้นค่ะ เราเลือกลงสีโทนอุ่นเพื่อให้เข้า กับบรรยากาศของภาพยนตร์ เช่น สีส้ม สีแดง เพิ่มเติมลงไป หากใครมีไอเดียอื่นแต่งเติมสร้างสรรค์ได้เลยค่ะ เมื่อลงสีเสร็จแล้วอาจจะใช้ดินสอ มาเติมรายละเอียดของเส้นผม เงาทางช่วงคอเพิ่มเติมได้ค่ะ ขั้นตอนนี้การลง เพียงนำดินสอมาร่างเส้นบางๆ บริเวณเส้นผม และกระจายเส้นเล็กๆ แทรกลงไป จะทำให้ผมมีความพริ้วไหวมากขึ้นค่ะ

หลังจากที่เราทำทุกขั้นตอนเสร็จ เราก็จะได้ภาพ Amelie สาวน้อยตากลม หน้าม้าเต่อ ที่เราได้สร้างสรรค์ขึ้นเอง เป็นอย่างไรคะ ถูกใจกันไหมเอ่ย ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ เพียงแค่จำทฤษฎีของการลงแสงและเงาเบื้องต้นให้ได้ ก็สามารถสร้างสรรค์ภาพของเราเองได้แล้ว หากต้องการวาดจากภาพยนตร์ที่ชอบ ก็เลือกมาวาดได้เลยแม้ว่าจะเป็นการวาดครั้งแรกก็ไม่ต้องกลัวว่าจะออกมาไม่ดีนะคะ หมั่นฝึกฝนและลงมือ ก็สามารถพัฒนาฝีมือการวาดภาพให้ดียิ่งขึ้นได้ค่ะ

แอพบน iPad ที่สถาปนิกต้องมีในการช่วยวาด Grid Perspective

แอพบน iPad ที่สถาปนิกต้องมีในการช่วยวาด Grid Perspective

คุณเป็นนักวาดสาย Landscape หรือเปล่า ในการออกแบบของคุณแต่ละครั้งจำเป็นต้องมีความแม่นยำใช่ไหม คุณใช้เวลาเขียนแบบเป็นส่วนใหญ่ใช่หรือไม่ คุณต้องเขียนแบบร่างเป็นจำนวนมากภายในเวลาที่รวดเร็วใช่ไหม ทั้งหมดที่ผมกล่าวมาคือสิ่งที่คนที่เรียนเฉพาะทางเกี่ยวกับการวาดรูป สถาปัตย์ หรือแม้แต่คนที่หลงใหลในการวาดรูป ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูน ภาพเสมือน รถหรือแม้แต่การวาดรูปต่อกันเป็นเรื่อง การใช้ full CG ในระดับงานที่สูงขึ้น มีความจริงจังมากขึ้น ก็จะเป็นสิ่งที่ต้องเจอมาตลอด 

Grid เส้นแนะแนวการวาดรูป

แต่จะมีปัญหายิบย่อยมากมายมากวนใจพวกเขาไม่ว่าจะเป็น ความซับซ้อนความละเอียดปราณีตของรูป ทำให้ต้องใช้เวลาในการวาดเพิ่มมากขึ้น หรือเเม้เเต่ใช้เวลาในการฝึกมากเท่าไหร่ก็ยังไม่สัมฤทธิ์ผล หน้าต่างก็ยังเบี้ยว สัดส่วนของตึกก็ยังไม่คงที่ การทำงานในส่วนอื่นก็คงเป็นไปต่อได้ยากเพราะยังวาดฉากหลังไม่เสร็จ หรือเเม้กระทั่งออกเเบบฉากสำหรับตัวเรื่องไม่ได้ เพราะตัวเองก็ต้องสนใจกับตัวละครหลัก คน จุดเด่นของรูป ที่มีปัญหายิบย่อยในตัวเองอยู่เเล้ว เเต่ก็คงปล่อยให้ฉากหลังด้อยคุณภาพจนทำให้ภาพรวมของงานตกลงไม่ได้

ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถถูกบรรเทาลงได้ด้วยฟีเจอร์ต่างๆใน Application ที่เรียกว่า Grid หรือเส้นที่เป็นตารางเพื่อแนะแนวเส้นนำสายตา ฟีเจอร์ในแอพวาดรูปเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยของคุณในการช่วยในการเขียนแบบซึ่งจะทำให้การเขียนแบบแม่นยำขึ้น สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงช่วยให้ทัศนียภาพไม่บิดเบี้ยวและสมดุลขึ้น ซึ่งในบทความนี้ผมจะมาเเนะนำเป็นขั้นเบื้องต้นทั้งหมด 3 Application ด้วยกันในการใช้ Grid Perspective เพื่อออกแบบผลงาน

การวาด Grid ด้วยแอพ Procreate

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจสำหรับ Application Procreate นี้คือ Drawing Guides ซึ่งจะสร้างเส้นสมมุติขึ้นมาเพื่อใช้เป็นเส้นอ้างอิง โดยการใช้นั้น เราจะสามารถเลือก Assisted Drawing เพื่อให้เส้นที่ถูกวาดขึ้นถูกขึงติดกับเส้นอ้างอิงที่ถูกสร้างขึ้นมาจาก Drawing Guides กลายเป็นเส้นตรง ผลของฟีเจอร์นี้จะทำให้เส้นที่วาดออกมานั้นเป็นเส้นตรงและสามารถกำหนดสัดส่วนของรูปวาดได้แม่นยำมากขึ้น เเต่จะทำให้รูปดูเเข็งเนื่องจากเส้นที่ถูกขึงนั้นจะตรงเหมือนเส้นที่ใช้ไม้บรรทัดตีขึ้นมา

โดยส่วนใหญ่ ผมจะใช้ Procreate ในการเขียนเเบบในขั้นร่าง เพราะสามารถวาดได้รวดเร็วกว่าโดยใช้ 2D Grid ในการกะขนาดของเเบบ รวมถึงเขียนรูปทัศนียภาพ โดยใช้ Perspective Guides ในการอ้างอิง ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถวาง composition ของรูปได้สะดวกมากขึ้น กะสัดส่วนของรูปทรงต่างๆ ง่ายขึ้นครับ

โดยมี Drawing Guides ต่างๆให้เลือกใช้ 4 เเบบ ดังนี้

  • 2D Grid ตารางสี่เหลี่ยมจัตุรัส
  • Perspective ซึ่งสามารถกำหนดจุด Vanishing Point ได้สูงสุด 3 จุด
  • Isometric ช่องสามเหลี่ยมหน้าจั่วที่ถูกเรียงเป็นตาราง
  • Symmetry สร้างเส้นกระจกเพื่อให้วาดเเล้วเกิดเส้นสะท้อน

โดยทุกรูปเเบบจะสามารถใช้ Assisted Drawing ได้ แต่ส่วนมากการวาดรูปบรรยากาศให้รู้สึกมีชีวิตชีวาไม่จำเป็นต้องการความแม่นยำของขนาดโต๊ะ ความสูงเก้าอี้ การเขียนแบบก็ไม่ต้องการความละเอียดเท่าการเขียน CAD โดยใช้คอมพิวเตอร์อยู่แล้ว ผมจึงไม่ค่อยเเนะนำให้ใช้ เพราะจะทำให้เราคุมเส้นของตัวเองได้อิสระมากกว่าเส้นทั้งหลายที่ไม่ยอมเข้า Perspective

วาดเส้นนำสายตาด้วย Procreate
วาดเส้นนำสายตาด้วย Procreate

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจของแอพลิเคชั่นนี้ก็คือ การที่เรามีโครงภาพจากเส้น Drawing Guides กับรูป texture หรือรูปด้านของพื้นผิวต่างๆก็จะทำให้เราสามารถสร้างรูป perspective ได้อย่างง่ายเเละรวดเร็ว โดยการเลือกใช้รูป texture ที่วาดขึ้นมา ถ่ายเอง หรือหาจากเว็บ Stock Photos ต่างๆ ก็ได้เช่นกัน โดยในที่นี้ผมใช้รูปจาก freestockphotos.com เเละรูปท้องฟ้าพื้นหลังที่ถ่ายเอง

ฟีเจอร์ Grid ของ Procreate

ซึ่งทำให้เราสามารถขึ้นงานได้รวดเร็วเเละประหยัดเวลาเป็นอย่างมาก เพราะฟีเจอร์distort ทำให้เราสามารถดัดรูปให้เข้า Perspectiveได้ ทำให้สามารถขึ้นงานเบื้องต้นได้อย่างรวดเร็ว จากการนำรูปมาเรียวต่อกัน ซึ่งข้อควรระวังก็มีเพียงเเค่ ใช้รูป texture ให้ขนาดสัมพันธ์กับขนาดจริง มิเช่นนั้นหน้าตาของรูปที่ได้ออกมาจะก็จะไม่สมดุล เช่นในรูปด้านบน

Tips – ให้ใช้วิธีต่อกันหลายๆรูป เเทนการยืดที่ทำให้สเกลภาพดูประหลาด  รวมถึงใส่เเสงเงา ใส่เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ลงไป โดยจะใช้วิธีนำรูปด้านมา distort หรือสามารถตัดรูปที่อยู่ใน Perspective ด้านที่ต้องการมา หรือจะวาดเองก็ได้เช่นกัน เเต่การใช้รูปตัดเเปะจะลดเวลาในการทำงานลงได้เป็นอย่างมาก

การวาด Grid ด้วยแอพ Affinity Designer

ปกติพื้นฐานของแอพลิเคชั่นนี้ถูกออกแบบมาสำหรับการสร้างงานพวก LOGO และ Isometric ในรูปแบบของ Vector โดยมีฟีเจอร์ให้เลือกใช้หลากหลายรูปแบบ โดยรูปแบบต่างๆ จะถูกสร้างมาเพื่อเอื้อต่อการใช้งานการออกแบบ Vector มากที่สุด อย่างเช่น Dimetric grid ที่กำลังเป็นที่นิยมในการสร้างงาน Infographic

โดย Affinity Designer มี Grid ให้เลือกใช้มากถึง 11 เเบบ ดังนี้

  • Auto
  • Standard
  • Isometric
  • 2:1 Isometric
  • Dimetric
  • Oblique
  • Trimetric Left
  • Trimetric Right
  • Triangular
  • Horizontal Triangular
  • 2:1 Triangular

ซึ่งเเน่นอนว่าฟีเจอร์ประเภท Grid ของ Affinity designer มีให้เลือกปรับใช้มากาย ไม่ว่าจะเป็นขนาด จำนวนช่องที่ถูกแบ่ง ช่องไฟระหว่างช่อง รวมถึงสี ทั้งหมดนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการออกแบบงานจำพวก Vector เเต่ไม่มี Grid perspective มารองรับ แต่เราสามารถดัดรูปด้วยวิธีการใช้ node tool เข้ามาร่วมด้วย เช่นเดียวกับ distort ใน Procreate เพื่อสร้างงานที่มีเส้นนำสายตาในรูปเเบบเดียวกันได้

Affinity Designer

โดยฟีเจอร์นี้จะสามารถดัดให้มีเส้นลักษณะโค้งในรูปแบบต่างๆได้ละเอียดมากกว่า สังเกตได้จากเครื่องมือต่างๆ ด้านล่างหน้าจอ ซึ่งจะใช้กับรูปที่มีมุมมองเเบบ fish eye หรือเส้นนำสายตาที่มีความโค้ง หรือปกติก็มักจะใช้กับการวาดรูปเเบบ Vector นั่นเอง

การวาด Grid ด้วยแอพ Shapr3D

Appication นี้ถูกสร้างขึ้นมารองรับการใช้งานทางด้านเขียน CAD และการขึ้นรูป 3D ใช้ทำงานได้หลักๆ สองรูปเเบบ คือเขียนเเบบ 2D เเละขึ้นโมเดล 3D โดยเราสามารถ Import ไฟล์ DWG จาก Autocad มาขึ้น 3D, Project รูปด้านขึ้นมาจากโมเดล 3D, Scan วัตถุด้วยกล้องเพื่อวาดออกมาเป็นรูป 2D (ซึ่งมีเเนวโน้มว่าจะถูกพัฒนาให้เเม่นยำขึ้นอีกเนื่องจาก LiDAR Scanner) หรือสั่งปริ้นต์ 3D ออกมาได้เลยเช่นกัน

Shapr3D แอพออกแบบสถาปัตยกรรมบน iPad

ซึ่งโดยส่วนตัวผมจะใช้ในการขึ้นโมเดลสามมิติในรูปทรงที่เเปลกใหม่ เส้นหวือหวา หรือต้องการความเเม่นยำของสัดส่วน ที่เราไม่ชินในการวาด รวมถึงขึ้นโมเดลสถาปัตยกรรม เเละจัดมุมกล้องให้ได้มุมที่ต้องการ จะทำให้เขียนรูปได้ตามสัดส่วนที่ต้องการ โดยมีฟีเจอร์พิเศษสำหรับผู้ที่ใช้ App Morpholio Trace ที่สามารถดึงมุมกล้องที่เราตั้งค่าไว้ใน Shapr3D มาวาดลงใน Trace ได้เลยโดยไม่ต้อง Import รูปอีกหลายขั้นตอน

สรุปการใช้งาน Grid สำหรับสถาปนิกบน iPad

ทั้ง 3 Application ข้างต้นเป็นทางเลือกใหม่ในการนำมาปรับใช้กับการทำงาน นอกจากจะช่วยทุ่นแรงในการทำงาน ช่วยในการออกเเบบสร้างสรรค์ผลงาน แล้วยังช่วยให้งานมีความสมดุล มีคุณภาพที่มากยิ่งขึ้น และช่วยร่นระยะเวลาในการทำงาน เราจึงควรเลือกใช้ Application ที่มีฟีเจอร์ที่เหมาะสมและตรงสายงานที่จะช่วยสร้างผลงานออกมาได้ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งเเน่นอนว่าฟีเจอร์ของแต่ละ Application ไม่ได้มีแค่ที่ผมนำเสนอมาในวันนี้ ยังมีอีกหลายฟีเจอร์ที่น่าสนใจและเหมาะกับการทำงานในอีกหลากหลายรูปแบบ ซึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจเหล่านั้นรอให้ทุกคนไปค้นหาลองใช้กันดูนะครับ

รีวิวสีน้ำสำหรับมือใหม่ เลือกอย่างไรให้เหมาะสมกับเรา

รีวิวสีน้ำสำหรับมือใหม่ เลือกอย่างไรให้เหมาะสมกับเรา

หลายๆคนชอบการวาดภาพด้วยสีน้ำเป็นงานอดิเรก แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไรดี หรือจะใช้สีน้ำยี่ห้อไหนดี แบบไหนสำหรับมือใหม่ หรือควรเลือกสีอย่างไร คุณภาพของสีควรเป็นแบบไหน วันนี้เราจะพามาดูวิธีการเลือกสีน้ำสำหรับมือใหม่ และ สีน้ำแบบไหนที่เหมาะกับแบบเรากันนะคะ ไปเริ่มกันได้เลย

รีวิวยี่ห้อสีน้ำ

คุณชอบวาดรูปนอกสถานที่ และชอบความสะดวกหรือเปล่า

หลายๆคนคงสงสัยว่ามันเกี่ยวอะไร จริงๆมันมีส่วนนะคะ การซื้อสีน้ำมีทั้งแบบหลอดที่บีบเอง หรือ มีแบบอัดก้อนที่มีหลายสีในถาด ที่เราสามารถซื้อมาทันทีและสามารถพกไปวาดรูปได้เลย จริงๆแล้ว มันต่างกันนิดเดียว คือการบีบสีค่ะ ถ้าเราคิดว่าเราอยากบีบเฉพาะสีที่ชอบ เราก็สามารถเลือกซื้อแค่สีที่ชอบได้ แต่การบีบอาจจะต้องให้เวลาสีในการเซทตัว รวมถึงต้องซื้อถาดแยกด้วยนะคะ แต่ถ้าเป็นแบบอัดก้อน จะมีแทบทุกสีที่ที่เป็นสีมาตรฐานค่ะ ในกรณีแบบนี้ต้องดูว่า เราอยากเน้นสะดวก หรืออยากที่จะเลือกสรรค์รูปแบบสีเอง

สีน้ำแบบหลอด

ข้อดี: เลือกสรรค์สีได้ตามใจชอบ ยี่ห้อที่หลากหลาย สามารถเลือกถาดสีขนาดได้ตามใจชอบรวมถึงวัสดุของถาดด้วยค่ะ

ข้อเสีย: ถ้าเราต้องการสีมาตรฐาน สีแบบอัดก้อนจะคุ้มกว่า เพราะถ้าเราซื้อทุกหลอดราคาอาจจะสูงกว่าแบบอัดก้อน เพราะบางสีเราใช้ไม่บ่อยแต่ซื้อมาทั้งหลอด และต้องซื้อถาดเปล่าแยกอีกด้วยค่ะ

รีวิวสีน้ำแบบอัดก้อน

สีน้ำแบบอัดก้อน

ข้อดี: สะดวกคืออย่างแรกค่ะ เพราะกล่องของสีอัดก้อนจะมีแบบเล็กๆ สำหรับพกพาอีกด้วย และมียี่ห้อให้เลือกหลากหลายเหมือนกับแบบหลอด แต่พอเฉลี่ยแต่ละสีออกมาบางยี่ห้อถูกกว่าแบบหลอดค่ะ ซึ่งข้อดีคือ บางครั้งเราอยากเปลี่ยนสีที่เคยใช้เราสามาถซื้อ แพนสี (ที่ใส่สีแบบเปล่า) มาบีบสีอื่นที่เราอยากใช้ได้ค่ะ

ข้อเสีย: บางสีเราอาจจะแทบไม่ได้ใช้เลยค่ะ เพราะบางทีสีที่ให้มา อาจจะมีความใกล้เคียงกันถ้าเป็นสีีแบบมาตรฐาน ถ้าเวลาซื้อสีอัดก้อน ลองดูหลายๆยี่ห้อเพื่อเปรียบสีในถาด หรือ ซื้อสีเป็นชุด อย่างเช่นข้างบน เป็นสี ชุดพาสเทลค่ะ และเวลาสีหมดบางครั้ง เราหาซื้อสีเติมไม่ได้ หรือ ลืมเลขรหัสของสี ดังนั้นเวลาซื้อสีแบบอัดก้อน ควรถ่ายภาพ ก่อนแกะไว้เพื่อจำเลขรหัสของเบอร์สี จะช่วยให้การซื้อซ้ำไม่พลาดได้ค่ะ

เลือกสีน้ำยี่ห้อไหนดี ให้เหมาะกับงานศิลปะประเภทที่ทำ

หลายๆท่านชอบงานที่เป็นวิวทิวทัศน์ บางท่านชอบวาดงานแนวขนม วาดอาหาร หรือวาดการ์ตูน ก่อนจะเลือกซื้อสีน้ำยี่ห้อไหนนั่นคือสิ่งที่ทำให้เรารู้ว่าเราควรซื้อสีน้ำ เฉดไหนที่เหมาะกับงานของเรา สมมติว่าถ้าเราชอบวาดทิวทัศน์แต่ทั้งถาดเราเป็นสีพาสเทลมันก็คงไม่มีสีที่จะเป็นเขียวที่ชะอุ่มได้เท่ากับสีเขียวสด หรือถ้าชอบวาดขนม สิ่งของน่ารักแต่ในถาดมีแต่แม่สีที่จัดจ้าน ดังนั้นสิ่งนึงที่เราต้องคำนึงถึง เราชอบวาดงานแบบไหนนั่นเองค่ะ

เพิ่งเริ่มต้นวาด เลือกสีน้ำยี่ห้อไหนดี

เป็นคำถามที่หลายๆคนสงสัย จะมีอยู่ยี่ห้อนึงที่หลายคนรู้จักกันดีสีน้ำ Winsor & Newton และสีน้ำ Vangogh เป็นหลักพื้นฐานอยู่แล้วนะคะหาซื้อได้ตามทั่วไป แต่จริงๆแล้วสีน้ำมีหลากหลายยี่ห้อมาก ทั้งโซนยุโรป โซนเอเชีย ทางบ้านเราก็มีทำออกมาด้วยเหมือนกันค่ะ แต่ในเบื้องต้นที่มือใหม่ควรจะมี คือสีพื้นฐาน ของ สองยี่ห้อที่ได้กล่าวถึงไป เพราะด้วยราคาที่ไม่ได้แพงมาก บวกกับคุณภาพที่นักเรียน และนักศึกษาศิลปะส่วนใหญ่ใช้ แต่ถ้าเราอยากลองสีเฉดโทนใหม่ๆ ที่ไม่เหมือนกับสองยี่ห้อข้างบน เช่น สีน้ำของ Holbein HWC, Kusakabe และ Mungyo สามยี่ห้อนี้จะมีสีพาสเทลและสีที่หลากหลายมากขึ้น และถ้าเรารู้สึกอยากจะอัพเกรดสีขึ้นไปสู่การเป็นศิลปิน ยังมีอีกสามยี่ห้อที่อยากให้ลองได้ใช้ดูนะคะ คือยี่ห้อ Sennelier , Daniel smith และที่ขาดไม่ได้คือ Rembrandt จริงๆแล้วที่พูดมาทั้งหมดทางเราได้ลองใช้ทั้งหมดแล้ว มันต่างกันอย่างไร จะอธิบายให้ฟังค่ะ

สีน้ำราคาแพงและถูก จริงๆแล้วมันอยู่ที่ส่วนผสมนะคะ อย่าง Sennelier จะเป็นสีที่สูตรผสมด้วยน้ำผึ้งซึ่งถ้าเป็นยี่ห้อที่ราคาไม่สูงมาก อาจจะไม่ได้ใช้วัตถุดิบแบบนี้ หลักๆคือส่วนผสมที่ต่าง บางยี่ห้อพอใช้จะรู้สึกถึงความเป็นเม็ดและแป้งมากกว่าค่ะ  สำหรับเราเวลาที่วาดโดยใช้สีน้ำ Winsor & newton สู่ Sennelier มีความต่างไหม มัน “มี” ความต่างค่ะ คือความสดอย่างแรกค่ะ และความรู้สึกที่รับรู้ได้ทั้งผิวสัมผัส การวิ่งของสี เม็ดสี สามารถสัมผัสได้ตอนลงว่าสีที่เราใช้อยู่ต้องเป็นสีที่ดีแน่นอน แต่ไม่ได้เยอะจนรู้สึกว่า ทุกหลอดจะต้องเป็นเกรด Artist นะคะ  เราจะเลือกใช้บางสี สีที่ใช้บ่อยเป็นเกรด Artist แต่สีไหนที่ไม่ได้ใช้ประจำ ใช้เกรดกลางได้ค่ะ (Winsor & Newton และ Vangogh) แต่ถ้าใครอยากจะลองทั้งเซท แบบอัดก้อนก็มีขายนะคะ ราคาจะประหยัดกว่าแบบหลอด แต่ถ้าอยากลองซื้อเพิ่มทีละสี หรือ ค่อยๆซื้อ ควรเริ่มจากสีไหน สีที่เราควรมีหลักๆ คือ “แม่สี” และสีจำเป็นดังนี้

  1. สีน้ำเงิน Prussian Blue (แม่สี)
  2. สีแดง Caddium Red (แม่สี) 
  3. สีเหลือง Caddium Yellow (แม่สี)
  4. สีน้ำตาล Sepia  หรือ Burnt Sienna 
  5. สีเขียว (ต้นไม้) Sap Green 
  6. สีฟ้า (ท้องฟ้า) Cerulean blue
  7. สีเนื้อ (สำหรับวาดการ์ตูน) Naple yellows red ของ Van gogh

ที่เหลือสามารถเลือกซื้อได้ตามใจชอบเลยนะคะ สีข้างบนนั้นคือสีพื้นฐานที่ใช้ในการผสมสีน้ำในเบื้องต้น เพราะพวกเค้าคือแม่สี บางสีที่เพิ่มขึ้นมาเป็นสีสำหรับเผื่อเราต้องการเนื้อสีที่สด วาดท้องฟ้า หรือ อยากได้สีน้ำตาลที่ ไว้สำหรับวาดผม เพื่อความสะดวกมากขึ้นค่ะ แต่พอเราเริ่มมีสี และเราได้ทำงานไปเรื่อยๆ เราจะรู้ว่าเราอยากได้สีไหนเพิ่มหรืออยากลดสีไหน สำหรับมือใหม่ ทดลองใช้สีแบบนี้เพื่อเป็นฐานสู่การพัฒนาต่อยอดได้ค่ะ 

ใช้สีน้ำในการวาดรูป

ตัวช่วยสำหรับมือใหม่ ในการเลือกใช้สีน้ำ

  • ปากกากันน้ำ (สีดำหรือสีน้ำตาล) : ตัวช่วยสำหรับการลงสีน้ำแรกๆ เรามีเทคนิคดีๆมาแนะนำค่ะ ถ้าลองสังเกตภาพข้างบนที่เราวาดจะใช้ปากการ่างเส้นบางๆเพื่อเป็นการ ทำให้งานมีความชัดจน และทำให้เราสามารถควบคุมทิศทางรายละเอียดได้โดยที่บางครั้งตอนที่เราใช้สีน้ำยังไม่คล่องมือ อาจจะทำให้สีนั้นไหลเข้าหากัน การใช้ปากกาจะทำให้ งานของเรามีรายละเอียดได้มากขึ้น สามารถใช้ทั้งก่อนและหลังลงสี แต่ต้องเป็นปากกาที่กันน้ำเท่านั้นนะคะ
  • กระดาษสีน้ำ : หลายๆคนคงคิดว่ากระดาษสีน้ำช่วยอะไร ช่วยได้เยอะเลยค่ะ เพราะกระดาษสีน้ำที่สามารถรับความชื้นของน้ำ รับความเปียกได้ดี งานของเราก็จะด่างน้อยลง รวมถึงงานที่เราต้องการที่จะทำซ้ำ กระดาษดีๆก็สามารถช่วยให้งานเราไม่เป็นขุยได้อีกด้วยค่ะ
  • ดินสอสีหรือไส้ดินสอสี  :  อันนี้คือเคล็ดลับของเราเลยค่ะ เพราะการใช้สีไม้หรือไส้ดินสอสีจะช่วยทำให้งานของเราดู นุ่มและสะอาดมากขึ้น สมมติว่า เราวาดขนมสีน่ารัก และหวาน เราก็จะใช้ไส้ดินสอสีแดง หรือสีชมพูเพื่อให้เส้น กลืนไปกับสีน้ำ ถ้าเราใช้ 2B มันจะเกิดเส้นเข้มๆ ขึ้นมา ซึ่งถ้าเราร่างไม่ดีอาจจะทำให้งานดูสกปรกได้ค่ะ 
  • เทปกั้นขอบ หรือ น้ำยากั้นสี : สิ่งที่จะช่วยให้ขอบงานเราคมมากขึ้น หรือ เว้นจุดที่ขาวที่สุดได้ดี ถ้าเรายังเป็นมือใหม่ บางครั้งสีไหลและพลาดพลั้งไป สองอย่างนี้ช่วยได้มากค่ะ เราจะกั้นไว้ตั้งแต่เริ่มทำงาน เพื่อให้จุดนั้นไม่โดนสีน้ำ และตรงนั้นจะ ขาวสะอาด จะทำให้งานสีน้ำเราดูสบายตา กว่าการใช้สีขาวแต้มนะคะ
  • ผลงานของศิลปินที่ชอบ  : สิ่งนึงที่จะทำให้เรารู้ว่าเราควรจะเริ่มตรงไหน เราสามารถดูสีจากงานของศิลปินที่เราชอบ เพื่อเป็นแนวทางได้ หรือ เราไม่จำเป็นจะต้องคัดลอกภาพทั้งหมดตามศิลปิน แต่ลองให้พิจรณาถึงเทคนิคของศิลปิน สีที่ศิลปินใช้ การไล่สีของศิลปิน หรือเอกลักษณ์อะไรที่ทำให้เรารู้สึกชอบงานชิ้นนี้ เพราะว่าทุกๆครั้งที่เราดูงาน เราสามารถนำข้อดีของงานชิ้นนั้นมาปรับปรุงและพัฒนางานของเราได้ด้วยค่ะ
วาดรูปด้วยสีน้ำ

ฝึกฝนใช้สีน้ำอย่างสม่ำเสมอ

การที่เราจะเก่งขึ้นได้นั้นสิ่งสำคัญคือการฝึกฝนค่ะ ในช่วงแรก ให้ลองไล่สี น้ำกับสี ควบคุมทิศทาง หรือจะหัดลงแบบแห้งทำทีละชั้นก็ได้ค่ะ จริงๆแล้วไม่มีเทคนิคอะไรที่ถูกผิด แต่มันคือการทดลองที่เราจะต้องทดลองว่าเราชอบเทคนิคแบบไหนในการทำงาน ซึ่งแต่ละเทคนิคจะมีความงามที่ต่างกัน เราสามาถผสมสีน้ำกันได้ด้วยค่ะ แต่สิ่งสำคัญที่จะที่ให้เราถึงจุดนั้นคือเราต้องวาดบ่อยๆเพื่อที่จะได้ตกตะกอนกับเทคนิคและสไตล์ของเรา ถ้าเรารู้สึกว่าวาดเท่าไหร่ก็ยังไม่มีสไตล์ของเรา ให้ทุกคนลองวาดไปเรื่อยๆหลายๆแบบและลองสังเกตว่าตัวเองวาดเทคนิคไหน หรือรูปแบบไหน และผลลัพธ์ออกมาได้ดี และค่อยๆ ติดตามงานศิลปินในแนวนั้นๆ เพื่อที่เราจะได้ เริ่มแนวทางชัดเจนกับงานสีน้ำของเราค่ะ 

หลังจากที่ได้เคล็ดลับสำหรับมือใหม่ไป สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับมือใหม่ในการวาดภาพสีน้ำหลายๆคนคงคิดว่าจะต้องเป็นอุปกรณ์ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลยค่ะ อย่างแรกที่ต้องมี คือ ใจ และความรู้สึกที่อยากสนุกกับสีน้ำ โดยไม่ต้องคาดหวังอะไร หลายๆคนพอเวลาวาดสีน้ำ เมื่อไม่เป็นอย่างใจ ก็จะรู้สึกอารมณ์ไม่ดี และรู้สึกว่าเราคงทำไม่ได้จริงๆ อยากให้ทุกคนอย่าคิดแบบนั้นเลยนะคะ ทุกอย่างฝึกฝนกันได้ เราเองก็เคยวาดสีน้ำโดยที่ไม่รู้อะไรมาก่อน ช่วงแรกๆ เราต้องให้กำลังใจตัวเองเยอะๆ หากตรงไหนผิดพลาด พิจรณาและนำไปปรับปรุงในครั้งต่อไป เราจะพัฒนาขึ้นทุกวันตราบใดที่เรายังไม่หยุดทำนะคะ เพียงแค่เราเข้าใจสีน้ำมากขึ้นการวาดภาพสีน้ำจะไม่ยากอีกต่อไป สนุกและมีความสุขกับสีน้ำนะคะ

วาดรูปบน iPad ต้องเริ่มต้นยังไง

วาดรูปบน iPad ต้องเริ่มต้นยังไง

หากคุณมี iPad และอยากเริ่มต้นวาดรูป เรามีคำแนะนำว่าคุณจะต้องทราบอะไรบ้าง และควรเริ่มต้นยังไง อุปกรณ์ไหนที่จำเป็นและไม่จำเป็น ไม่ต้องนั่งคิดงมเองอีกต่อไป